การป้องกันการรั่วซึมของความชื้น สามารถทำได้อย่างไร

รอยต่อแผ่นฉนวนทุกจุดของห้องเย็น ไม่ว่าจะเป็นที่มุมห้องหรือ รอยต่อระหว่างแผ่นฉนวน IXL ควรถูกยาแนวด้วยซิลแลนท์ (ชนิดไม่แข็งตัว) ทางฝั่งด้านนอกห้องหรือฝั่งที่อุณหภูมิสูงกว่า เพื่อป้องกันการรั่วซึมของความชื้นเข้ามาในห้อง ขณะการใช้งานอยู่ รอยต่อต่างๆ จะถูกปิดด้วยอลูมิเนียมและทำการยาแนวด้วยซิลิโคน เพื่อเก็บงานให้เรียบร้อย

ในระหว่างการออกแบบห้องและโครงสร้างของอาคาร ควรพิจารณาจุดรับน้ำหนักแผ่นฉนวนอย่างไร

แผ่นฉนวน IXL ที่ใช้เป็นผนังห้องนั้น ส่วนใหญ่จะสามารถยืนอยู่ได้โดยไม่ต้องมีจุดยึดช่วยรับน้ำหนัก ยกเว้นในกรณีที่จำเป็นและมีการระบุในระบบการติดตั้งอยู่แล้ว โครงสร้างหลักของอาคารจะเป็นตัวรองรับน้ำหนักของแผ่นฉนวน IXL ที่ใช้เป็นเพดาน ต้องตรวจสอบตาราง Load/Span สำหรับการคำนวณหา จำนวนและการออกแบบจัดวางตำแหน่งและระยะห่าง ของจุดหิ้วแขวนเพดาน ผู้ออกแบบควรพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ในระหว่างการออกแบบห้องและโครงสร้างของอาคารด้วย เช่น น้ำหนักของแผ่นฉนวน IXL, น้ำหนักของคน ที่ต้องขึ้นไปทำงานหลังฝ้าเพดาน, การขยับตัวของแผ่นฉนวน IXL ที่เกิดจากการปรับตัวของแรงดัน เป็นต้น ในส่วนของแผ่นฉนวน IXL ที่ใช้เป็นหลังคานั้น มักจะวางทับบนโครงสร้างของอาคาร เช่น ทรัส หรือ แป และยึดด้วยสกรูเพื่อล็อค ไม่ให้มีการขยับตัว

เราสามารถเดินบนแผ่นฉนวนที่ติดตั้งบนฝ้าเพดานได้หรือไม่

ข้อแนะนำสำหรับการเดินบนหลังฝ้าเพดาน แผ่นฉนวนสามารถนำมาประกอบติดตั้งเป็นฝ้าเพดานห้อง ที่ให้ความแข็งแรงพอที่จะรองรับน้ำหนักจากการเดินทำงาน ดูแลรักษาทั่วไปได้ เมื่อการออกแบบได้พิจารณาการรับน้ำหนักของแผ่นฉนวน ประกอบไปด้วยอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตามควรตรวจสอบข้อแนะนำต่างๆ เหล่านี้ประกอบ เพื่อความปลอดภัยและไม่ประมาท

  1. ควรติดประกาศ คำแนะนำและกฏระเบียบในการเดินและการทำงาน หลังฝ้าเพดาน ทุกทางเข้า-ออก และ ขึ้น-ลงของพนักงาน
  2. ไม่ควรมีคนยืนอยู่บนแผ่นฉนวนสำหรับฝ้าเพดานเกิน 2 คน ต่อแผ่นฉนวน 1 แผ่น
  3. ควรให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ หากต้องเดินผ่านหรือทำงานบริเวณแผ่นฉนวนที่มีการเจาะช่องเปิดต่างๆ
  4. ไม่ควรเพิ่มน้ำหนักหรือแรงกดทับกับฝ้าเพดานด้วยการวิ่งหรือกระโดด
  5. ควรจัดทำทางเดินพิเศษ เช่น แคทวอล์กหรือแผ่นบอร์ดเพื่อรองรับในพื้นที่ที่มีการสัญจรสม่ำเสมอ
  6. ควรยึดและรองรับ งานท่อต่างๆ รวมถึงเครื่องมือ เครื่องจักร กับโครงสร้างหลักของอาคาร ไม่ควรยึดติดกับแผ่นฉนวน
  7. แหล่งความร้อนต่างๆ เช่น เครื่องเชื่อมและสปอตไลท์ ไม่ควรวางหรือส่องลงที่แผ่นฉนวนโดยตรง

หากต้องการติดตั้งช่องเปิดต่างๆ มีข้อระวังอะไรหรือไม่

ช่องเปิดต่างๆ บนแผ่นฉนวนสำหรับเพดาน ทำให้การคำนวณการรับน้ำหนัก และระยะความยาวฝ้าเพดาน แตกต่างไปจากตารางที่แสดงไว้ด้านหน้า และส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างและความแข็งแรงของแผ่นฉนวน ควรออกแบบและจัดวางตำแหน่งช่องเปิดให้เหมาะสม การเจาะช่องเปิดและรูต่างๆ เช่น ท่อไฟ, ท่อน้ำ, และท่อน้ำยาหล่อเย็น ผ่านแผ่นฉนวนสำหรับผนังและเพดานของห้องเย็น จะต้องทำการอุด และยาแนวต่างๆ ด้วยวัสดุกันรั่ว กันซึมที่เหมาะสมทุกครั้ง

วิธีตรวจสอบคุณภาพแผ่นฉนวนทำอย่างไร?

ผู้ซื้อหลายราย มีความเชื่อว่า หากสามารถตั้งข้อกำหนดต่างๆ สำหรับตรวจสอบแผ่นฉนวนที่ถูกจัดส่งมายังหน้างานได้ จะทำให้ได้แผ่นฉนวนที่ถูกต้องตาม สเป็คที่ต้องการ แต่ในความเป็นจริงนั้น การสุ่มตรวจช่วยเช็คตัวสินค้าได้เพียงบางส่วนเท่านั้น นอกจากนี้ รายละเอียดสินค้าทางผู้ซื้อได้วางสเป็คไว้นั้น ก็เป็นเพียงรายละเอียดกว้างๆ ที่ยังมีช่องว่างให้ผู้ผลิตบางรายเลี่ยงหลบได้ สิ่งที่ทำหันโดยทั่วไป เช่น ชั่งน้ำหนัก, ทดลองเผาเศษโฟม หรือ วัดความหนาเหล็ก เป็นต้น ไม่ได้ให้คำตอบว่า ผู้ซื้อได้รับแผ่นฉนวนที่มีคุณภาพแต่อย่างใด “คุณภาพของแผ่นฉนวนเกิดจากวัตถุดิบที่เลือกใช้และมาตรฐานการผลิต”

จะทราบได้อย่างไรว่า กาวที่ติดผิวเหล็กและโฟม จะติดกัน 100%

โดยท่านสามารถทำการทดสอบลอกแผ่นเหล็กของเศษแผ่นฉนวนที่หน้างานได้ เพื่อดูการติดของกาวได้ แต่นั่นก็เป็นเพียงการสุ่มตรวจเท่านั้น การเข้าเยี่ยมชมการผลิต เพื่อทำความรู้ความเข้าใจถึงกระบวนการผลิตและขั้นตอนการทำงานเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อประกอบการพิจารณาในด้านอื่นๆ เช่น อายุและความน่าเชื่อถือของบริษัทผู้ผลิต, ผลงานที่เคยทำและชื่อเสียงที่สั่งสมมา, การรับประกันสินค้า, ความจริงในการเข้าใจในงาน, ความรู้ความชำนาญงาน เป็นต้น “บางครั้งสิ่งที่ต้องการทดสอบ กลับเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทดสอบได้”

รอยต่อโฟมตามความยาวทุกระยะกี่เมตร? วิธีการต่อแบบไหน?

แผ่น IXL I-Joint (H-Profile) ผลิตขึ้นด้วยเครื่องจักร ISOWALL Lamination Machine ซึ่งมีระบบการประสานผิวของแผ่นฉนวน เข้ากับเนื้อฉนวนภายใต้แรงกดอย่างต่อเนื่อง โดยมีกาวโพลียูรีเทนเป็นตัวประสาน โฟมที่ใช้ในการผลิตจะมีความหนาตามความต้องการของแต่ละงาน แต่จะมีความยาวที่เท่ากันคือ ประมาณ 3 เมตร สาเหตุที่บริษัทต้องกำหนดความยาวของแผ่นโฟมที่ใช้ผลิตเนื่องจาก

  1. เครื่อง Loading Machine ซึ่งมีหน้าที่ตัดเล็ม (Trim) แผ่นโฟมที่หัวแผ่นและท้ายแผ่นให้เกิด Finger Joint (ลักษณะคล้ายฟันฉลาม) ก่อนจะทำการผลักแผ่นโฟมเข้าไลน์ ประสานแผ่น (Lamination Line) มีระยะใบมีดตัดอยู่ที่ประมาณ 3.00 เมตร
  2. ความสะดวกในการจัดเก็บ, ขนย้าย และใช้งานแผ่นโฟมยาว 3 เมตร เป็นขนาดที่เหมาะสมที่สุดในปัจจุบัน หากความยาวของโฟมยาวเกิน จะก่อให้เกิดปัญหาความเสียหายได้ง่าย เนื่องจากการขนย้าย และจัดเก็บลำบาก
  3. ระบบการต่อ Finger Joint ที่เสริมเข้ามา นอกจากจะช่วยให้โฟมทุกแผ่นที่ใช้ในการผลิตได้รับการตัดแต่งครบทั้ง 6 ด้าน ลดปัญหาการหัก, บิ่นของเนื้อโฟม และช่วยให้รอยต่อโฟมแนบสนิทแน่นแล้ว ยังช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับแผ่นฉนวนในการรับ Load ต่างๆ ด้วย

กาวที่ใช้ในการผลิตเป็นกาวแห้งช้า หรือ แห้งเร็ว, ระยะเซ็ทตัวของการเป็นอย่างไร?

ปัจจุบันทางบริษัทใช้กาวโพลียูรีเทน จาก Huntsman และ Henkel ซึ่งมีคุณสมบัติที่ใกล้เคียงกันมาก โดยระบบการผลิตด้วยเครื่องจักรอย่างต่อเนื่องจำเป็นต้องใช้กาวที่มีคุณสมบัติในการเซ็ทตัวที่เร็ว ส่วนผสมของกาวจะถูกกำหนดให้มีค่าคงที่สม่ำเสมอ และควบคุมด้วยปั๊มแรงดัน เนื้อกาวจะหยดลงบนผิวเหล็กและถูกผสมด้วยแท่นปัดกาว จนทั่วพื้นที่ผิวเหล็ก ก่อนที่เหล็กและโฟมจะถูกกดประสานเข้าด้วยกัน ระยะเวลาในการเซ็ทตัวของกาวอยู่ที่ประมาณ 2-3 นาที ก่อนจะทำการตัดแผ่นฉนวนตามขนาดต่างๆ ที่ต้องการ แผ่นที่ผลิตเสร็จใหม่ๆ สามารถยกเคลื่อนย้ายได้ โดยไม่มีผลต่อการหลุดตัวของกาว แต่เพื่อให้ได้แผ่นที่มีการประสานของกาวที่ดี ควรหลีกเลี่ยงการขนย้ายที่มีการสั่นสะเทือนอย่างน้อยอีกประมาณ 2-3 ซม. กาวแห้งช้าทั่วไป เมื่อเซ็ทตัวแล้วเนื้อกาวจะแข็ง จึงเหมาะกับชิ้นงานที่สามารถคงรูปร่างได้ดี ต่างจากกาวโพลียูรีเทนที่บริษัทใช้ ซึ่งจะมีคุณสมบัติในการยืดหยุ่นตัวที่ดีกว่า

แผ่นฉนวนสำเร็จรูปที่ใช้ในงานทั่วไปมักจะต้องเผชิญกับภาวะการยืดหดตัวของผิวเหล็กจากภาวะอุณหภูมิ ที่เปลี่ยนแปลงและแตกต่างในสภาวะแวดล้อม นอกจากนั้น ยังมีแรงกระทำอื่นๆ ที่ส่งผลต่อรูปร่างแผ่นฉนวน เช่น แรงดันอากาศที่เปลี่ยนแปลงภายในห้อง, แรงลมและน้ำหนักของคนที่เดิน Service หลังฝ้าเพดาน เป็นต้น ดังนั้นกาวที่ใช้ในการผลิตแผ่นฉนวนสำเร็จรูป จึงเป็นกาวที่มีคุณสมบัติที่พิเศษ